นพดล ศรีทอง ร่วมจุดเทียนบวงสรวงพญานาค 7 องค์ สืบศรัทธา “วันสัตตนาคา” แห่งพระธาตุพนม
15 ตุลาคม 2569 นายนพดล ศรีทอง ที่ปรึกษาสมาคมพ่อค้าไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และที่ปรึกษาสภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียน ร่วมเป็นประธานในพิธีจุดเทียนบวงสรวงถวายแด่พญานาคทั้ง 7 องค์ ซึ่งตามความเชื่อท้องถิ่นเป็นผู้ปกปักรักษาองค์พระธาตุพนม เนื่องในงาน “วันสัตตนาคา” ประจำปี 2569 โดยมี พระครูศรีพนมวรคุณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนและประชาชนในพื้นที่

นพดล ศรีทอง ร่วมจุดเทียนบวงสรวงพญานาค 7 องค์ สืบศรัทธา “วันสัตตนาคา” แห่งพระธาตุพนม




นครพนม — 15 ตุลาคม 2569 นายนพดล ศรีทอง ที่ปรึกษาสมาคมพ่อค้าไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และที่ปรึกษาสภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียน ร่วมเป็นประธานในพิธีจุดเทียนบวงสรวงถวายแด่พญานาคทั้ง 7 องค์ ซึ่งตามความเชื่อท้องถิ่นเป็นผู้ปกปักรักษาองค์พระธาตุพนม เนื่องในงาน “วันสัตตนาคา” ประจำปี 2569 โดยมี พระครูศรีพนมวรคุณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนและประชาชนในพื้นที่
พิธีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานความเชื่อและวัฒนธรรมที่ผูกพันกับองค์พระธาตุพนมมาอย่างยาวนาน โดย “วันสัตตนาคา” เป็นวันที่ชาวธาตุพนมและผู้มีศรัทธาร่วมกันระลึกถึง พญาสัตตนาคราชทั้ง 7 องค์ ซึ่งมีความเชื่อว่าได้รับหน้าที่ในการดูแลปกปักรักษาพระธาตุพนม พระอุรังคธาตุ และพุทธศาสนิกชนผู้ประพฤติดีอยู่ในศีลธรรม
ภายในพิธีมีการประกอบกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรม ทั้งการจัดเครื่องบวงสรวงบายศรี การจุดเทียนถวายสักการะ การเจริญพระพุทธมนต์ และการแสดงออกถึงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามขนบความเชื่อของชุมชน โดยการเข้าร่วมของนายนพดล ศรีทองในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาคประชาสังคม เครือข่ายวัฒนธรรม และชุมชนท้องถิ่น ในการช่วยกันอนุรักษ์และส่งต่อประเพณีที่มีคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น
ความเชื่อเรื่องพญานาคทั้ง 7 องค์มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับวิถีชีวิตของประชาชนริมแม่น้ำโขง และถือเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวธาตุพนม โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่านตำนาน พิธีกรรม และประเพณีที่ดำรงอยู่ในชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง
การจัดงานวันสัตตนาคาในวันที่ 15 ตุลาคม 2569 จึงไม่ได้มีเพียงมิติของพิธีกรรมทางความเชื่อเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยง ศรัทธา พระพุทธศาสนา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตชุมชนริมโขง เข้าด้วยกัน พร้อมตอกย้ำความสำคัญของพระธาตุพนมในฐานะศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนและเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของท้องถิ่นและประเทศ


แหล่งข้อมูล: สภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียน