ศธ.เดินหน้าหลักสูตรฐานสมรรถนะ 4,221 โรงเรียนนำร่อง ย้ำประเมินผล 3 ปีก่อนพิจารณาใช้ทั่วประเทศ
กระทรวงศึกษาธิการชี้แจงความคืบหน้าการปรับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเดินหน้าเปลี่ยนจากหลักสูตรที่เน้นมาตรฐานการเรียนรู้ ไปสู่ หลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competency-Based Education: CBE) ที่มุ่งให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้และทักษะไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง พร้อมยืนยันว่าจะประเมินผลตลอดช่วงปีการศึกษา 2568–2570 ก่อนพิจารณากำหนดการใช้หลักสูตรใหม่ทั่วประเทศ

ศธ.เดินหน้าหลักสูตรฐานสมรรถนะ 4,221 โรงเรียนนำร่อง ย้ำประเมินผล 3 ปีก่อนพิจารณาใช้ทั่วประเทศ
กระทรวงศึกษาธิการชี้แจงความคืบหน้าการปรับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเดินหน้าเปลี่ยนจากหลักสูตรที่เน้นมาตรฐานการเรียนรู้ ไปสู่ หลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competency-Based Education: CBE) ที่มุ่งให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้และทักษะไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง พร้อมยืนยันว่าจะประเมินผลตลอดช่วงปีการศึกษา 2568–2570 ก่อนพิจารณากำหนดการใช้หลักสูตรใหม่ทั่วประเทศ
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 22 ตุลาคม 2569 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตอบกระทู้ของนายธีรศักดิ์ จิระตราชู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับความจริงจังของรัฐบาลในการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน

นายอัครนันท์ชี้แจงว่า แนวทางใหม่เน้นการพัฒนาสมรรถนะที่เหมาะสมกับช่วงวัย และการจัดการเรียนรู้เชิงรุก หรือ Active Learning มากกว่าการเรียนรู้ที่มุ่งจดจำเนื้อหาเพียงอย่างเดียว โดยในปีการศึกษา 2568 ได้เริ่มใช้หลักสูตรใหม่ในระดับปฐมวัยสำหรับเด็กอายุ 3–6 ปี และระดับประถมศึกษาตอนต้น ชั้น ป.1–ป.3
สำหรับปีการศึกษา 2569 การดำเนินงานขยายไปถึงระดับประถมศึกษาตอนปลาย ชั้น ป.4–ป.6 โดยมีสถานศึกษาที่มีความพร้อมและสมัครใจเข้าร่วม 4,221 โรงเรียน ส่วนปีการศึกษา 2570 มีแผนขยายให้ครอบคลุมทั้ง 5 ระดับ โดยเพิ่มระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งกรอบหลักสูตรยังอยู่ระหว่างการจัดทำ

กระทรวงศึกษาธิการระบุด้วยว่า ยังไม่มีข้อสรุปเรื่องวันที่จะบังคับใช้หลักสูตรดังกล่าวทั่วประเทศ เนื่องจากต้องนำข้อมูลจากการใช้จริงมาประเมินทั้งด้านผู้เรียน ครู กระบวนการจัดการเรียนรู้ และการวัดผล พร้อมพัฒนา Learning Progression เพื่อให้การเรียนรู้ของนักเรียนต่อเนื่องระหว่างแต่ละช่วงชั้น
ด้านการสนับสนุนครู สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานอยู่ระหว่างพัฒนาเครื่องมือช่วยลดภาระการประเมิน รวมถึงส่งเสริมการนำ AI มาใช้ช่วยจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ออกแบบแผนการเรียนรู้ และพัฒนาเครื่องมือประเมินผล โดยนายอัครนันท์ระบุว่า ผลเบื้องต้นจากโรงเรียนนำร่องสะท้อนแนวโน้มการเรียนรู้ที่เน้นการลงมือปฏิบัติมากขึ้น และ สพฐ.มีกำหนดประเมินผลให้สอดคล้องกับเป้าหมายของหลักสูตรในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2569
สรุป การเปลี่ยนสู่หลักสูตรฐานสมรรถนะถือเป็นการปรับทิศทางสำคัญของการศึกษาขั้นพื้นฐานไทย แต่รัฐบาลยังเลือกใช้แนวทางทดลอง ขยายผล และประเมินผลก่อนตัดสินใจใช้ทั่วประเทศ เพื่อให้การเปลี่ยนหลักสูตรเกิดขึ้นบนข้อมูลจากการปฏิบัติจริง และลดผลกระทบต่อโรงเรียน ครู และนักเรียน

แหล่งข้อมูล: กองบรรณาธิการข่าว
082-1878789
ฝ่ายประชาสัมพันธ์
094 2424888
ฝ่ายเทคนิค
098 8102994