“วิรไท” ชี้เศรษฐกิจไทยต้องปฏิรูปโครงสร้าง เลิกยึดติด GDP ระยะสั้น ใช้ AI ยกระดับผลิตภาพคนส่วนใหญ่
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันด้านเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และการเข้าสู่สังคมสูงวัย ดร.วิรไท สันติประภพ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ถึงอนาคตเศรษฐกิจไทย โดยชี้ว่าแนวทางการเติบโตแบบเดิมไม่สามารถตอบโจทย์โลกยุคใหม่ได้อีกต่อไป ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่ง “ปฏิรูปโครงสร้าง” เพื่อเพิ่มผลิตภาพและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

“วิรไท” ชี้เศรษฐกิจไทยต้องปฏิรูปโครงสร้าง เลิกยึดติด GDP ระยะสั้น ใช้ AI ยกระดับผลิตภาพคนส่วนใหญ่
15 ตุลาคม 2569
นำเรื่อง
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันด้านเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และการเข้าสู่สังคมสูงวัย ดร.วิรไท สันติประภพ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ถึงอนาคตเศรษฐกิจไทย โดยชี้ว่าแนวทางการเติบโตแบบเดิมไม่สามารถตอบโจทย์โลกยุคใหม่ได้อีกต่อไป ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่ง “ปฏิรูปโครงสร้าง” เพื่อเพิ่มผลิตภาพและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

บทสัมภาษณ์เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ระหว่างช่วงการประชุมประจำปี IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569
เนื้อหา
ดร.วิรไทมองว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน ได้แก่ การเปลี่ยนจากโลกาภิวัตน์ไปสู่ภาวะที่การค้าและห่วงโซ่อุปทานแบ่งเป็นกลุ่มมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและการแข่งขันจากจีน รวมถึงโครงสร้างประชากรไทยที่มีจำนวนแรงงานลดลงและเข้าสู่สังคมสูงวัย
อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่า ไทยไม่สามารถฝากอนาคตไว้กับอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นแบบในอดีตได้อีก เนื่องจากทั้งจำนวนแรงงานและรูปแบบการบริโภคภายในประเทศกำลังเปลี่ยนไป จึงต้องมุ่งสู่การยกระดับผลิตภาพและสร้างกิจกรรมเศรษฐกิจที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
อีกแนวคิดสำคัญคือการนำ “Smaller AI” หรือการประยุกต์ใช้ AI ให้ตอบโจทย์ชีวิตและการทำมาหากินของคนจำนวนมาก ไม่ใช่จำกัดอยู่เฉพาะบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดยเสนอให้เน้น 3 พื้นที่สำคัญ ได้แก่ ภาคเกษตร การศึกษา และระบบราชการหรือบริการสาธารณะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และช่วยให้ประชาชนทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้ดีขึ้น

ด้านปัญหาสภาพภูมิอากาศ ดร.วิรไทเสนอให้ประเทศไทยให้ความสำคัญกับ Climate Adaptation หรือการปรับตัวต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพราะภัยน้ำท่วม การขาดแคลนน้ำ น้ำทะเลสูงขึ้น และน้ำเค็มรุก สามารถสร้างผลกระทบต่ออสังหาริมทรัพย์ การประกันภัย สินเชื่อ และระบบเศรษฐกิจในวงกว้างได้
สำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ เขาเตือนว่าไม่ควรมุ่งอยู่กับตัวเลข GDP ในแต่ละปีจนละเลยปัญหาพื้นฐาน โดยกล่าวว่า “ให้ความสนใจกับปัญหาเชิงโครงสร้าง แล้วต้องมาปฏิรูปโครงสร้างกันอย่างจริงจัง” พร้อมเสนอให้ลดการพึ่งมาตรการกระตุ้นอุปสงค์ระยะสั้น และหันไปปฏิรูปโครงสร้างด้านอุปทานอย่างจริงจัง
สรุป
มุมมองของ ดร.วิรไท สะท้อนว่าโจทย์ของเศรษฐกิจไทยไม่ใช่เพียงทำให้ตัวเลขเติบโตในปีใดปีหนึ่ง แต่คือการสร้างระบบเศรษฐกิจที่สามารถรับมือโลกที่เปลี่ยนเร็วกว่าเดิม ทั้ง AI การแข่งขันระหว่างประเทศ สังคมสูงวัย และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลงทุนในคน เทคโนโลยี ผลิตภาพ และการปฏิรูปภาครัฐ จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะกำหนดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว

แหล่งข้อมูล: กองบรรณาธิการข่าว
082-1878789
ฝ่ายประชาสัมพันธ์
094 2424888
ฝ่ายเทคนิค
098 8102994