สพฐ.ตั้งกรรมการสอบปมทริปจีนล่ม เร่งตรวจบุคลากร–การใช้ชื่อหน่วยงานรัฐ หลังผู้ปกครองร้องเรียน
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีนักเรียนและผู้ปกครองได้รับผลกระทบจากโครงการศึกษาระยะสั้นในสาธารณรัฐประชาชนจีน หลังคณะนักเรียนเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 แต่ไม่สามารถออกเดินทางได้ตามกำหนด เนื่องจากไม่พบข้อมูลการจองตั๋วเครื่องบินตามที่มีการตกลงไว้ ขณะที่รัฐบาลยืนยันให้ตรวจสอบทั้งบทบาทของบุคลากร การใช้ชื่อหรือความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ กระบวนการจัดโครงการ และเส้นทางการเงิน

สพฐ.ตั้งกรรมการสอบปมทริปจีนล่ม เร่งตรวจบุคลากร–การใช้ชื่อหน่วยงานรัฐ หลังผู้ปกครองร้องเรียน
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีนักเรียนและผู้ปกครองได้รับผลกระทบจากโครงการศึกษาระยะสั้นในสาธารณรัฐประชาชนจีน หลังคณะนักเรียนเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 แต่ไม่สามารถออกเดินทางได้ตามกำหนด เนื่องจากไม่พบข้อมูลการจองตั๋วเครื่องบินตามที่มีการตกลงไว้ ขณะที่รัฐบาลยืนยันให้ตรวจสอบทั้งบทบาทของบุคลากร การใช้ชื่อหรือความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ กระบวนการจัดโครงการ และเส้นทางการเงิน

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งการให้เร่งตรวจสอบเรื่องดังกล่าว โดย สพฐ.แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว หากการสอบพบมูลความผิด จะดำเนินการตามกระบวนการทางวินัยและส่งเรื่องให้หน่วยงานที่มีอำนาจดำเนินการตามกฎหมาย โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนเบื้องต้นภายในสัปดาห์ถัดไป
ด้านกลุ่มผู้ปกครองได้นำหลักฐานเข้าพบตำรวจกองบังคับการปราบปรามเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม เพื่อขอให้ตรวจสอบผู้เกี่ยวข้อง Thai PBS รายงานข้อมูลจากผู้ร้องเรียนว่า มีนักเรียนจาก 11 โรงเรียนจำนวน 62 คน และครูอีก 8 คนเกี่ยวข้องกับโครงการ โดยผู้ปกครองระบุว่าชำระค่าใช้จ่ายประมาณคนละ 39,900 บาท และประเมินความเสียหายรวมเบื้องต้นประมาณ 2.7 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ได้รับผลกระทบ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและยังไม่ควรถือเป็นข้อยุติ เนื่องจากรองโฆษกรัฐบาลระบุว่ามีข้อมูลจากหลายส่วนไม่ตรงกัน โดยบางรายงานกล่าวถึงผู้เกี่ยวข้องประมาณ 62 คนจาก 11 โรงเรียน ขณะที่ข้อมูลผู้ร้องเรียนอีกชุดระบุนักเรียน 45 คนจาก 3 โรงเรียน ดังนั้นการสอบสวนจึงต้องตรวจสอบทั้งรายชื่อผู้เสียหาย เอกสารการรับสมัคร การชำระเงิน และผู้รับเงินอย่างละเอียด

อีกประเด็นที่ผู้ปกครองแสดงความกังวลคือข้อมูลส่วนบุคคลและเอกสารของนักเรียนที่ส่งมอบให้ผู้จัดโครงการ ซึ่งต้องตรวจสอบว่าถูกนำไปใช้อย่างไร รวมถึงต้องติดตามการคืนเงินและการคุ้มครองสิทธิของเด็กที่ได้รับผลกระทบ
สรุป ณ วันที่ 19 ตุลาคม 2569 เรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนสอบข้อเท็จจริงและการดำเนินการของตำรวจ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าบุคคลใดกระทำความผิดหรือมีความรับผิดเพียงใด ประเด็นสำคัญในขณะนี้คือการตรวจสอบว่า มีการนำตำแหน่งหรือชื่อหน่วยงานทางการศึกษาไปสร้างความน่าเชื่อถือในการจัดโครงการหรือไม่ ตลอดจนติดตามเส้นทางการเงินและเยียวยานักเรียนกับผู้ปกครองอย่างเป็นธรรม

แหล่งข้อมูล: กองบรรณาธิการข่าว
082-1878789
ฝ่ายประชาสัมพันธ์
094 2424888
ฝ่ายเทคนิค
098 8102994