คณะผู้นำวัฒนธรรมและสาธารณชนเข้าสักการะวัดพระธรรมกาย ภายใต้การนำของปู่ฤาษีกิตติภัทโท สานต่อเจตนารมณ์สืบทอดพระธรรม สร้างสันติสุขแก่สังคม
เมื่อเร็วๆ นี้ ณ พื้นที่อันศักดิ์สิทธิ์ของวัดพระธรรมกาย อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ได้มีคณะบุคคลผู้มีชื่อเสียง ทั้งในฐานะผู้นำทางวัฒนธรรม ผู้อุทิศตนเพื่อสาธารณประโยชน์ และบุคคลสาธารณะ รวมตัวกันเพื่อดำเนินกิจกรรมอันทรงคุณค่า นั่นคือ การเข้ามาสักการะบูชาและเยี่ยมชมวัดพระธรรมกาย


คณะผู้นำวัฒนธรรมและสาธารณชนเข้าสักการะวัดพระธรรมกาย ภายใต้การนำของปู่ฤาษีกิตติภัทโท สานต่อเจตนารมณ์สืบทอดพระธรรม สร้างสันติสุขแก่สังคม

เมื่อเร็วๆ นี้ ณ พื้นที่อันศักดิ์สิทธิ์ของวัดพระธรรมกาย อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ได้มีคณะบุคคลผู้มีชื่อเสียง ทั้งในฐานะผู้นำทางวัฒนธรรม ผู้อุทิศตนเพื่อสาธารณประโยชน์ และบุคคลสาธารณะ รวมตัวกันเพื่อดำเนินกิจกรรมอันทรงคุณค่า นั่นคือ การเข้ามาสักการะบูชาและเยี่ยมชมวัดพระธรรมกาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความเคารพต่อพระรัตนตรัย สร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้มีจิตศรัทธา และสานต่อเจตนารมณ์ในการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และพระพุทธศาสนาให้แพร่หลายหยั่งรากลึกในสังคมไทยและสังคมอาเซียน การเดินทางครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเยี่ยมชมศาสนสถานที่มีชื่อเสียงเท่านั้น หากแต่ยังเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า ผู้คนจากหลากหลายภาคส่วนกำลังหันมาร่วมมือกันเพื่อผลักดันให้หลักธรรมคำสอนที่เรียบง่ายและนำไปใช้ได้จริงกลายเป็นแกนกลางในการดำเนินชีวิตและการพัฒนาสังคม


คณะผู้ที่เดินทางมาในครั้งนี้ประกอบด้วยบุคคลสำคัญหลายท่าน ซึ่งแต่ละท่านล้วนมีบทบาทและผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมในด้านต่างๆ กัน อาทิ ดร.ประกาย ณ สงขลา ประธานสภาส่งเสริมวัฒนธรรมอาเซียน ผู้ที่อุทิศเวลาและพลังกายพลังใจในการเชื่อมความสามัคคีระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนผ่านทางวัฒนธรรมและค่านิยมอันดีงาม ดร.เต ชูบุญ ผู้ที่เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ทำงานเพื่อสังคมและส่งเสริมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนอย่างสม่ำเสมอ มิสส์โจเอล หรือ มิสส์โจเอล ผู้ที่มีบทบาทในการสื่อสารและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศและคุณธรรมความดีงาม ดร.อำนาจ เพ็ชรหนูไทย ผู้ที่มุ่งมั่นพัฒนางานด้านวิชาการและการส่งเสริมคุณธรรมให้คงอยู่คู่สังคม และนางสาววนัสนันต์ เมฆวิไล ผู้ที่ร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมสาธารณประโยชน์และเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมเรื่องราวดีๆ ของสังคมไทย ทั้งหมดนี้เดินทางมาโดยพร้อมเพรียงกัน ด้วยใจที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธา และความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันทำหน้าที่อันดีงามเพื่อพระพุทธศาสนาและเพื่อประชาชน


การเดินทางครั้งนี้ได้รับการนำโดยท่านที่ปรึกษาผู้ที่ได้รับความเคารพอย่างสูง คือ ปู่ฤาษีกิตติภัทโท ผู้ที่เป็นที่รู้จักและยอมรับกันอย่างกว้างขวางในฐานะผู้ที่ยึดมั่นในหลักธรรม ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี และสอนให้ผู้คนหันกลับมาสนใจเรื่องการทำความดี การละชั่ว และการฝึกฝนจิตใจให้ผ่องใส ก่อนหน้านี้ ปู่ฤาษีกิตติภัทโทได้มีโอกาสถ่ายทอดธรรมะและข้อคิดที่มีค่าอันยิ่งใหญ่ให้แก่ ดร.ประกาย ณ สงขลา ณ จังหวัดสงขลา ซึ่งในครั้งนั้นเอง คำสอนที่ท่านมอบให้ได้สร้างแรงบันดาลใจและความตั้งใจที่แน่วแน่แก่คณะผู้รับฟัง จนนำไปสู่การตัดสินใจร่วมกันว่า จะต้องเดินทางมาสักการะวัดพระธรรมกาย เพื่อแสดงความเคารพ ตั้งปณิธาน และรับฟังแนวทางการปฏิบัติธรรมที่ถูกต้อง ชัดเจน และสามารถนำไปปฏิบัติตามได้จริงในชีวิตประจำวัน


เมื่อคณะทุกท่านเดินทางมาถึงวัดพระธรรมกาย ได้รับการต้อนรับอย่างสุภาพจาก มหาบุญเอื้อน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และคณะสงฆ์ รวมถึงอุบาสกอุบาสิกาผู้ดูแลกิจกรรมภายในวัด ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบง่าย

ปู่ฤาษีกิตติภัทโท ในฐานะผู้นำคณะ ได้ให้ธรรมะคาถาและข้อคิดที่ลึกซึ้งแก่ทุกท่านและผู้ที่ร่วมรับฟัง ท่านกล่าวว่า พระพุทธศาสนาไม่ได้อยู่ที่อาคารสถานที่ ไม่ได้อยู่ที่การพูดจาสวยหรู แต่อยู่ที่การปฏิบัติ ที่การประพฤติ ที่การทำดีให้เห็นเป็นประจำทุกวัน การที่เรามารวมตัวกันที่นี่วันนี้ ไม่ใช่เพื่อสร้างชื่อเสียงหรืออวดความร่ำรวย แต่เพื่อตั้งใจว่า เราจะเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ที่ช่วยขับเคลื่อนสังคมให้ดีขึ้น ด้วยการรักษาความดีในใจตนเองก่อน แล้วจึงส่งต่อความดีนั้นให้ผู้อื่นได้รับรู้ ท่านเน้นย้ำว่า ทิศทางที่วัดพระธรรมกายกำลังมุ่งไป คือทิศทางที่ถูกต้อง หากมุ่งมั่นอย่างนี้ต่อไป ด้วยความจริงใจ ไม่หวังผลตอบแทนทางวัตถุ จะเห็นได้ว่าความศรัทธาของประชาชนจะกลับคืนมาเองตามธรรมชาติ


มหาบุญเอื้อน ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ได้รับรองแนวทางทั้งหมดนี้และให้คำมั่นว่า คณะผู้บริหารและพระสงฆ์ภายในวัดจะร่วมมือกันอย่างเต็มที่ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการทำงานให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมมากขึ้นเรื่อยๆ จะลดเรื่องที่ไม่จำเป็นลง และทุ่มเทกำลังทั้งหมดไปที่การสอนศีล การฝึกสมาธิ การช่วยเหลือผู้เดือดร้อน และการสร้างคนดีให้แก่สังคม ท่านกล่าวว่า ความศรัทธาของประชาชนเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด

แหล่งข้อมูล: สภาส่งเสริมวัฒนธรรม