รู้ทันข่าว รับลงข่าวทั่วไทย
← กลับหน้าแรก

เศรษฐกิจ–ธุรกิจ · 29 ก.ย. 2026

รัฐเร่งระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ดีเดย์ 1 ต.ค. คุ้มครองบ้านราว 30 ล้านหลัง รับมือน้ำท่วม–วาตภัย–แผ่นดินไหว

รัฐบาลเดินหน้ามาตรการรับมือผลกระทบจากภัยพิบัติด้วยระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ โดยกำหนดให้เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ครอบคลุมที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ สำหรับภัยหลัก 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ขณะที่สมาคมประกันวินาศภัยไทยระบุว่ามีบริษัทประกันภัยตอบรับเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 10 ราย และอยู่ระหว่างจัดสรรสัดส่วนการรับความเสี่ยงก่อนระบบเริ่มมีผลบังคับใช้

รัฐเร่งระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ดีเดย์ 1 ต.ค. คุ้มครองบ้านราว 30 ล้านหลัง รับมือน้ำท่วม–วาตภัย–แผ่นดินไหว

กรุงเทพฯ — 29 กันยายน 2569 รัฐบาลเดินหน้ามาตรการรับมือผลกระทบจากภัยพิบัติด้วยระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ โดยกำหนดให้เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ครอบคลุมที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ สำหรับภัยหลัก 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ขณะที่สมาคมประกันวินาศภัยไทยระบุว่ามีบริษัทประกันภัยตอบรับเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 10 ราย และอยู่ระหว่างจัดสรรสัดส่วนการรับความเสี่ยงก่อนระบบเริ่มมีผลบังคับใช้

แผนดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่หลายพื้นที่ของประเทศเผชิญสถานการณ์น้ำท่วม โดยรัฐบาลวางการช่วยเหลือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสองส่วน สำหรับภัยที่เกิดก่อนวันที่ 1 ตุลาคม ยังคงใช้กลไกงบประมาณภาครัฐ โดยมีการเตรียมงบกลางปีงบประมาณ 2569 ประมาณ 2,000 ล้านบาท สำหรับช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน ตามขั้นตอนการเสนอขออนุมัติและหลักเกณฑ์ของรัฐ ส่วนภัยที่เกิดหลังระบบประกันภัยเริ่มมีผล จะเข้าสู่กลไกของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

สำหรับโครงการประกันภัยพิบัติ มีกรอบค่าเบี้ยประกันภัยรวม 15,500 ล้านบาท แบ่งเป็นประกันภัยที่อยู่อาศัยแบบกลุ่ม 15,000 ล้านบาท และประกันภัยอุบัติเหตุแบบกลุ่ม 500 ล้านบาท โดยภาครัฐเป็นผู้จัดสรรงบประมาณเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงความคุ้มครองโดยไม่ต้องดำเนินการซื้อกรมธรรม์รายครัวเรือนตามรูปแบบประกันทั่วไป

ในส่วนความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย แนวทางที่เปิดเผยกำหนดการจ่ายชดเชยเป็น 2 ระดับ โดยระดับแรกจ่ายเงินเบื้องต้น 10,000 บาทต่อหลัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงประเมินความเสียหายจริงและจ่ายเพิ่มเติม รวมวงเงินสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อหลัง ทั้งนี้ ความคุ้มครองดังกล่าวเน้นตัวสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่อยู่อาศัย ไม่รวมเครื่องใช้ภายในบ้านและยานพาหนะ

สมาคมประกันวินาศภัยไทยยังแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยเก็บภาพถ่ายสภาพความเสียหายของบ้านและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงขั้นตอนการเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาค่าสินไหม ขณะที่บริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมจะใช้ระบบแบ่งสัดส่วนความเสี่ยง หรือ Risk Sharing และมีการทำประกันภัยต่อกับต่างประเทศเพื่อกระจายความเสี่ยงของโครงการ

สรุป ณ วันที่ 29 กันยายน 2569 ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติยัง ไม่เริ่มความคุ้มครอง โดยกำหนดเริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ดังนั้นภัยที่เกิดก่อนวันดังกล่าวยังอยู่ภายใต้มาตรการเยียวยาของภาครัฐตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง การนำระบบประกันภัยมาใช้ถือเป็นการเปลี่ยนกลไกจากการใช้งบประมาณเยียวยาหลังเกิดเหตุเพียงอย่างเดียว ไปสู่การถ่ายโอนความเสี่ยงผ่านธุรกิจประกันภัย โดยต้องติดตามรายละเอียดการปฏิบัติจริงและกระบวนการจ่ายค่าสินไหมหลังระบบเริ่มใช้งาน

แหล่งข้อมูล: กรุงเทพธุรกิจ — เผยแพร่ 29 กันยายน 2569 เรื่อง “รัฐบาลรุกแผนประกันภัยพิบัติสู้น้ำท่วม 10 บริษัทประกันเข้าร่วม จ่ายสูงสุด 1 แสนบาท”
อ่านข่าว กรุงเทพธุรกิจ
Thai PBS — เผยแพร่ 28 กันยายน 2569 เรื่อง “ภราดร เผยกันงบกลาง 2,000 ล้านดูแลน้ำท่วมทั่วประเทศตั้งแต่ 20 ก.ย.”
อ่านข่าว Thai PBS
กรมประชาสัมพันธ์ — เผยแพร่ 28 กันยายน 2569 รายงานมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและการเตรียมใช้ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569
กองบรรณาธิการข่าว
082-1878789
ฝ่ายประชาสัมพันธ์
094 2424888
ฝ่ายเทคนิค
098 8102994